0SHARES

หลังจาก Suzuki Jimny เจเนอเรชั่นที่ 4 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว วันนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถออฟโรดขนาดเล็กที่กำลังจะวางตลาดมาให้ผู้ที่ชื่นชอบได้ติดตามกัน

Suzuki Jimny 2019 _1

การออกแบบ Suzuki Jimny 2019 

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) เจนฯ ที่ 4 ออกแบบด้วยแพลตฟอร์มโครงแบบขั้นบันได (Ladder-frame)  ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังแบบอิสระ 3-link พร้อมกับ coil spring ระบบขับเคลื่อน 4WD แบบ Part Time และมีมุมเงย (Approach angle) 37 องศา มุมจาก (Breakover angle) 49 องศา (Mercedes-Benz G-Class AMG รุ่นใหม่ มีตัวเลขที่ 31 และ 30 ตามลำดับ)

Suzuki Jimny 2019 _7

เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยใน Suzuki Jimny 2019 มีหลายอย่างเช่น ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถ (Traction Control) ระบบเตือนเมื่อขับออกนอกเลน (Lane Departure Warning) ระบบเตือนสัญลักษณ์ ต่างๆ บนท้องถนน (Traffic Sign Recognition) ระบบแจ้งเตือนก่อนหากขับเข้าไปใกล้คันหน้า

Suzuki Jimny 2019 _6

ส่วนน้ำหนักรวมของรุ่นเกียร์ธรรมดาจะอยู่ที่ 1,090 กก. สำหรับเกียร์อัตโนมัติอยู่ที่ 1,110 กก. ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 377 ลิตร และเบาะหลังยังสามารถพับเก็บได้อีกด้วย ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อน 53 ลิตร

Suzuki Jimny 2019 _8

เครื่องยนต์ Suzuki Jimny 2019 

ขุมพลังของ Suzuki Jimny 2019 (ซูซูกิ จิมนี่ 2019) มาจากเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่ได้มาแทนที่เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตรแบบเก่า  ทำให้มีกำลัง 101 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร เชื่อมต่อกับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือเกียร์อัตโนมติ 4 สปีด ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา ส่วนความเร็วสูงสุดของเกียร์ธรรมดาจะอยู่ที่ 145 กม./ชม. ส่วนเกียร์อัตโนมัติอยู่ที่ 140 กม./ชม.

Suzuki Jimny 2019 _3

เมื่อขับขี่ Suzuki Jimny ไปบนถนนแบบปกติมันจะใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ FWD แต่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ซึ่งมีให้เลือกทั้ง 4H (เกียร์สูง) และ 4L (เกียร์ต่ำ) โดยโหมดสุดท้ายนี้ช่วยให้กำลังฉุดลากดีขึ้น หากคุณต้องไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค

Suzuki Jimny 2019 _2

อย่างที่เคยนำเสนอไปแล้วว่า Suzuki Jimny มีสีให้เลือกถึง 8 เฉดสี ซึ่งรวมถึงสีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษได้แก่สีเหลือง และสีเขียว

Suzuki Jimny 2019 _5

เพื่อน ๆ สามารถติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถยนต์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้ที่ Thaicarlover.com หรืออีกหนึ่งช่องทางง่ายๆ จากทางแฟนเพจ เพียงกด

  
  

    ชอบบทความของเราหรือไม่    

รีบกดชอบเพื่อรับบทความของเรามากขึ้น