ยกเลิกการแจ้งเตือน

คุณต้องการยกเลิกการแจ้งเตือนข่าวสารเมื่อมีการอัพเดตใช่หรือไม่?

Advertise with Us

ติดต่อเพื่อลงโฆษณากับเราที่นี่!

รถยนต์ ข่าวรถยนต์ รถใหม่ ราคารถยนต์ พริตตี้ รถคลาสสิค รถแต่ง
background

ฮอตแฮทช์สปอร์ตดุดัน Hyundai Veloster N Performance Concept

5 พ.ย. 2562 N/A views

0SHARES

นับถอยหลังสู่งาน SEMA Show 2019 ซึ่งเป็นงานรวมรถแต่งสุดยิ่งใหญ่ ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา จะจัดขึ้นวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายนนี้ ให้บรรดาค่ายรถต่างๆ ทั่วโลกได้เอารถเดิมๆ มาแต่งอวดโฉมประชันกัน

โดยค่ายจากแดนกิมจิอย่าง Hyundai ก็ไม่พลาดเข้าร่วมงาน ล่าสุดได้ปล่อยภาพฮอตแฮทช์ตัวจี๊ด ฮุนได เวโลสเตอร์ เอ็น เพอร์ฟอร์แมนซ์ คอนเซ็ปต์ (Hyundai Veloster N Performance Concept) ออกมา ซึ่งตกแต่งขึ้นบนพื้นฐานของเจ้า Hyundai Veloster N เพิ่มความสปอร์ต และดูดุดันให้มากยิ่งขึ้น

ภายนอก Hyundai Veloster N Performance Concept

การตกแต่งภายนอกต้องบอกเลยว่าค่าย Hyundai ทำการบ้านมาดีพอสมควรโดยบอดี้รอบคันมาในโทนสีดำดุดัน ตัดกับเส้นสายสีส้ม และฝากระโปรงติดตั้ง Scoop ดักอากาศ, กระจังหน้าใหม่, กันชนหน้าเสริม Splitter, สปอยเลอร์หลังไซส์ใหญ่, ปลายต่อไอเสียของ Capristo และล้ออัลลอย OZ Racing ขนาด 19 นิ้ว ที่หุ้มด้วยยาง Pirelli P-Zero Corsa พร้อมฝาครอบล้อคาร์บอนไฟเบอร์

สำหรับช่วงล่างคันนี้จะติดตั้งบาร์กันโคลงจาก Daewon Steel มาพร้อมกับชุดโช๊ค Extreme Racing coilover suspension และสปริง H&R ที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ดิสก์เบรกหน้าใช้ขนาด 380 นิ้ว ที่มาพร้อมคาลิเปอร์ 6 ลูกสูบ ส่วนที่ล้อหลังใช้ดิสก์เบรกขนาด 360 มม. กับคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ


ภายนอก Hyundai Veloster N Performance Concept

การตกแต่งภายในก็สปอร์ต และดูดุดันไม่แพ้ภายนอกด้วยการหุ้มด้วยหนัง Alcantara ตามส่วนต่างของภายในตัวรถเช่น พวงมาลัย แผงประตูข้าง เบรกมือ รวมถึง แผงแดชบอร์ด และเบาะใหม่แบบสปอร์ต Sabelt

ภายใน Hyundai Veloster N Performance Concept

ด้านขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 275 แรงม้า มากับแรงบิด 325 นิวตัน-เมตร กับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

จากภาพรวมอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า Hyundai Veloster N Performance Concept ตัวแต่งคันนี้ไม่ธรรมดา ยังคงเป็นฮอตแฮทช์คู่แข่งสมน้ำสมเนื้อกับ Honda Civic Type R กันต่อไป อนาคตต้องดูกันยาวๆ ว่าใครจะมีประสิทธิภาพสูง มาพร้อมเครื่องยนต์ที่เต็มเปี่ยม กับการออกแบบรูปลักษณ์ให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้นมากกว่ากัน