ยกเลิกการแจ้งเตือน

คุณต้องการยกเลิกการแจ้งเตือนข่าวสารเมื่อมีการอัพเดตใช่หรือไม่?

รถยนต์ ข่าวรถยนต์ รถใหม่ ราคารถยนต์ พริตตี้ รถคลาสสิค รถแต่ง
background

ทำอย่างไรให้ ขับรถปลอดภัยในหน้าฝน

30 ส.ค. 2557 N/A views

0SHARES

เนื่องจากตัวผมได้เห็นข้อความของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนปีที่แล้ว มีการออกปฏิบัติงานของแพทย์ฉุกเฉิน จากอุบัติเหตุจราจรทั้งหมด 119,825 ครั้ง ซึ่งนั่นมันสูงเกือบครึ่งของอุบัติเหตุจราจรทั้งหมด ทำให้เกิดความเป็นห่วงเพื่อนๆขึ้นมาอย่างจับใจครับ วันนี้จึงขอร่วมต้านอุบัติเหตุหน้าฝนด้วย ทำอย่างไรให้ ขับรถปลอดภัยในหน้าฝน จัดไปครับ

ทำอย่างไรให้ ขับรถปลอดภัยในหน้าฝน

1. ต้องมองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน เริ่มจากตรวจสอบ ยางปัดน้ำฝน ว่ายังสามารถรีดน้ำได้ดีอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ หากมีความบกพร่องให้เปลี่ยนทันทีเลยนะครับ อีกหนึ่งอย่างคือ หัวฉีดน้ำกระจก ทดสอบก่อนเดินทาง ว่ามีความอุดตันหรือไม่ เพราะมันคือสิ่งที่จะทำงานร่วมกับยางปัดน้ำฝน คราบโคลนต่างๆที่หน้ากระจกจะออกได้เร็วแค่ไหน หัวฉีดน้ำกระจก มีส่วนอย่างยิ่งครับ แนะนำเทคนิคนิดนึงครับ กระป๋องน้ำฉีดกระจกควรเติมเต็มเสมอ และหากแอบเติมน้ำยาเช็ดกระจกลงไป จะใสปิ้งลื่นปรื้ดคร้าบ

อย่าลืมแอบเติมน้ำยาเช็ดกระจกรถยนต์ลงไปด้วยนะครับ

อย่าลืมแอบเติมน้ำยาเช็ดกระจกรถยนต์ลงไปด้วยนะครับ

2. เปิดไฟต่ำ และไฟตัดหมอกเท่านั้นขณะฝนตก ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับเรา และยังช่วยให้รถคันอื่นเห็นรถเราด้วยครับ อย่าเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งเวลาฝนตก เพราะ ไฟฉุกเฉินจะใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินจริงๆเท่านั้น แต่ก็ต้องตรวจเช็ค ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้งานด้วยนะครับ

3. ตรวจสอบยางรถยนต์ ทั้งแรงดันลมยางและสภาพของดอกยางครับ ในเรื่องของแรงดันลมยางควรเติมให้มากกว่าเดิมซัก 2-3 ปอนด์ ให้หน้ายางแข็งจะช่วยรีดน้ำได้ดีขึ้นครับ กรณีสภาพของดอกยาง ลองตรวจเช็คครับว่า ล่องของดอกยางยังมีความลึกเกิน 1.5 – 2 มม. หรือไม่ หากไม่ถึง อาจต้องเปลี่ยนแล้วครับ

อย่าลืมเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติด้วยนะครับ

อย่าลืมเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติด้วยนะครับ

4. เบรค ควรตรวจสอบผ้าเบรค ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากเป็นผ้าเบรคที่มีการใช้งานมานานแล้ว เมื่อเจอกับความเปียกชื้น อาจเกิดความลื่นของหน้าสัมผัส ส่งผลให้ให้รถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำได้ เพิ่มเติมกรณีของดั้มเบรค ควรเหยียบเบรคย้ำๆอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ประสิทธิภาพในการเบรคดีกว่าครับ

5. ในการขับขี่ ให้เว้นระยะห่างจากคันหน้าอย่างน้อย 60 เมตร ป้องกันการลื่นไถลไปชนท้ายคันหน้าเวลาเบรคกระทันหัน เนื่องจากช่วงฝนตกใหม่ๆ พื้นถนนก็คือโคลนดีๆนี่เองครับ จึงควรใช้ความเร็วอยู่ที่ 60 กม./ชม. ก็พอครับ

ขณะขับขี่ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 60 เมตร

ขณะขับขี่ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 60 เมตร

6. เรื่องของการเข้าโค้ง อย่าเหยียบเบรคอย่างรุนแรง หรือใช้เกียร์ว่าง เพราะจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงจนรถหลุดโค้ง ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ครับ

7. หากเกิดอาการเหินน้ำ ที่มักจะเกิดบริเวณแอ่งที่มีน้ำท่วมขัง แล้วเราเกิดขับมาด้วยความเร็วสูง จะส่งผลให้ล้อหมุนและลอยอยู่บนน้ำ ไม่สัมผัสกับพื้นถนน และเกิดการลื่นไถลจนไม่สามารถควบคุมได้ อย่าเหยียบเบรคให้ล้อหยุดหมุนเด็ดขาด ใช้การถอนคันเร่ง และจับพวงมาลัยให้มั่นคงแทน

นี่คือการเหินน้ำที่ผมกล่าวถึงครับ

นี่คือการเหินน้ำที่ผมกล่าวถึงครับ

เพียง 7 ข้อที่กล่าวไปทั้งหมด หากเพื่อนๆจดจำและนำไปใช้ได้ทั้งหมด ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หน้าฝนปีนี้ ตัวเลขของการสูญเสียจากอุบัติเหตุรถยนต์จะลดลงมากกว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้ขอให้เพื่อนๆผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนขับขี่อย่างระมัดระวัง และให้แคล้วคลาดปลอดภัยนะครับ

เพื่อนๆสามารถติดตามเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ  

สามารถติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถยนต์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงสาระดีๆเกี่ยวกับการดูแลและขับขี่รถอย่างปลอดภัย การจัดแสดงรถยนต์อื่นๆ ได้ที่  Thaicarlover.com ครับ